Search
  • tangmocenter

วิจัยเผย! "น้องหมา" เป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด



สำหรับคนรักน้องหมา คงไม่มีทริปไหนสุขใจได้เท่ากับการมีเจ้าตูบตัวน้อยเดินทางไปด้วยแน่นอน ล่าสุดยังมีผลวิจัยจาก SEAT U.K. ในประเทศอังกฤษ ที่ระบุว่า "สุนัข" คือ เพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดในการขับรถ

โดยเผยว่า การที่มีสุนัขอยู่ในรถเป็นเพื่อนร่วมทางสามารถช่วยลดอาการหงุดหงิดหรือใจร้อนขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัยได้ เนื่องจากจะทำให้ผู้ขับใส่ใจความปลอดภัยระหว่างเดินทางมากขึ้น โดยนักวิจัยได้ทำการศึกษาจากบรรดาเจ้าของสุนัขที่ชอบพาเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งมากถึง 54% ของกลุ่มตัวอย่างกล่าวว่า พวกเขาใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยงและถ้าเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 18-24 ปีด้วยแล้วมากถึง 69% จะขับรถอย่างระมัดระวังเมื่อมีสุนัขอยู่ในรถ


ขณะที่คนขับที่มีอายุมากกว่า เช่น กลุ่มคนอายุ 55 ปีก็ยังขับรถอย่างระวังเช่นกัน แต่ทว่าตัวเลขของเปอร์เซ็นต์น้อยลง โดยอยู่ที่ 42% เท่านั้น


สำหรับในอังกฤษ โดยเฉพาะแถบลอนดอนและเมืองในแถน North East นั้นจะชอบพาสุนัขของตัวเองเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยชาวลอนดอนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยครั้งนี้มากถึง 70% ระบุว่า พวกเขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นในการขับรถเพราะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเมื่อมีสุนัขอยู่ในรถยนต์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างจาก North East ก็มีสัดส่วนที่มากไม่แพ้กัน โดยอยู่ที่ 66%


นอกจากนั้นยังมีการระบุอีกว่า การมีสุนัขอยู่ในรถยนต์นั้นจะช่วยลดความเครียดในระหว่างนั่งอยู่หลังพวงมาลัย โดยมากกว่า 35% ของกลุ่มตัวอย่างระบุอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ว่าพวกเขารู้สึกผ่อนคลายในการขับรถ


ทั้งนี้ สำหรับมือใหม่หัดพาน้องหมาเดินทาง tangmo มีทริคเล็กน้อยมาแนะนำ


ก่อนเริ่มเดินทาง เราควรเตรียมความพร้อม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง ดังนี้

1. ควรมีป้ายชื่อคล้องคอน้องหมาพร้อมระบุเบอร์ผู้ที่ติดต่อฉุกเฉินกรณีเกิดการพลัดหลง

2. เตรียมน้ำ อาหารและยาประจำตัวให้พร้อม

3. ลดความประหม่าในการเดินทางได้ด้วยการนำของเล่นชิ้นโปรดหรือผ้าขนหนูที่น้องหมาคุ้นเคยใส่รถไปด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เจ้าตูบรู้สึกปลอดภัยและไม่แปลกที่จนเกินไป

4. เตรียมถุงเก็บมูลสุนัขและน้ำยาดับกลิ่นให้พร้อม

ขณะเดินทางให้น้องหมานั่งอยู่ในที่นั่งหรือเบาะ โดยอาจติดตั้งสายรัดนิรภัยที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น จำไว้ให้ขึ้นใจว่า แม้คุณจะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกวิธีขณะเดินทางและแม้จะมีน้ำหนักตัวเพียง 30 กิโลกรัม อาจกลายเป็นจรวดมิสไซล์ขนาดจิ๋วที่มีน้ำหนักมากถึง 1,350 กิโลกรัมได้เมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า


ห้ามให้น้องหมานั่งตักคนขับหรือแม้กระทั่งบริเวณที่นั่งข้างคนขับเป็นอันขาด ลองจินตนาการภาพผู้ขับขี่ที่มีสุนัขนั่งอยู่บนตัก แม้ว่าสุนัขตัวนั้นจะเชื่องแค่ไหน แต่ไม่มีใครการันตีได้ว่าเขาจะไม่ตกใจหากมีอะไรเกิดขึ้นกะทันหันตรงหน้า ถ้าหากสุนัขลุกหรือกระโดดขึ้นมา ผู้ขับขี่จะไม่อาจบังคับพวงมาลัยได้อย่างปลอดภัย และเหตุการณ์อาจเลวร้ายลงไปอีกหากสุนัขกระโดดหนีลงไปด้านล่างซึ่งจะขัดขวางการควบคุมของเบรคและคันเร่งได้


ที่สำคัญไม่ควรปล่อยสุนัขทิ้งไว้ในรถตามลำพัง ลองนึกสภาพอุณหภูมิภายในรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานานและเบาะที่นั่งอันร้อนระอุ อาจเป็นอันตรายต่อน้องหมาของเราได้


ที่มาของข้อมูลจาก mgronline และ40plus.posttoday.com


18 views0 comments

Contact

©2023 by Dr. Mark. Proudly created with Wix.com

  • White Facebook Icon
  • White Twitter Icon
  • White YouTube Icon
  • White LinkedIn Icon

ADDRESS

บริษัท แตงโม คอร์ป จำกัด

87/38  ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) 

แขวงคลองตันเหนือ  เขตวัฒนา 

กรุงเทพมหานครฯ  

10110

Line@ @tangmocenter

FB @tangmocenter

Email tangmocenter@gmail.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now